อย่างอื่นเลย..ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ... เราชื่อพราวฟ้า
(แม่ตั้งให้ว่า "ฟ้า" ตั้งแต่เกิดค่ะ ยายตั้งให้ตั้งแต่เกิดว่า "โย"ค่ะ เป็นเคร็ดให้มี 2 ชื่อ แต่!!!! ใช้เรียกเฉพาะญาติเท่านั้น! แต่ว่าพอตอนโตเห็นว่าคนชื่อฟ้าเยอะมาก เลยอยากชื่อที่แบบไม่เหมือนใครดีกว่า....เลยคิดว่าชื่อ "อิงฟ้า" ดีกว่าค่ะ แต่! ว่ามันไม่ถูกกับดวงวันเกิด...พอเข้ามหาลัยเพื่อนเลยตั้งให้ว่า "ฟ้าใส"...แต่ว่าเห็นว่าชื่อนี้ก็เยอะแล้ว ไม่อยากชื่อซ้ำ เลยชื่อว่า "พราวฟ้า" ดีกว่าค่ะ...เพราะว่า Proud แปลว่า ความภาคภูมิใจ....รวมๆ แล้ว "พราวฟ้า" แปลว่า ผู้ที่มีความภาคภูมิใจของแม่ที่ส่งลงมาจากฟ้าค่ะ)
รู้จักการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก :
ฟ้าเป็นเด็กที่ต้องต่อสู้ตั้งแต่เกิดค่ะ เกิดจากแม่ท้องโดยไม่รู้ตัวค่ะ เห็นมีคนทักว่าอ้วนขึ้น แม่เลยไปหาหมอค่ะ...เลยรู้ว่าตัวเองท้อง เลยไม่ได้บำรุงอะไรตั้งแต่แรก คุณหมอตรวจตอนนั้นก็ปาไป 5 เดือนแล้วค่ะ เรียกง่ายๆ ว่า "ฟลุ๊คมาเกิด" แต่ว่าแม่ก็ฝันนะคะ ฝันว่าได้แหวนเพชรพลอย ซึ่งส่องสว่างมากค่ะ แม่ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร
ฟ้าเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง เพราะว่าเกิดมาต้องเข้าตู้อบ 2 เดือน (ระยะเวลานี้นานมากเลยค่ะสำหรับคนเป็นแม่) แม่ไปคลอดที่โรงพยาบาลบารมีการแพทย์ (ตอนนั้นเป็นโรงพยาบาลค่ะ) แต่ไม่ได้ฝากท้องที่นี่นะคะ คุณหมอใจดีมาก ให้กำลังใจแม่ตั้งแต่คลอดเลยค่ะ แถมก่อนออกจากโรงพยาบาลคุณหมอให้ตุ๊กตาหมูสีชมพูด้วยค่ะ คุณหมอบอกว่าเลี้ยงให้ตัวอ้วนๆ เหมือนหมูนะ 555 ถามว่า >> อ่าวแล้วพ่อหล่ะ ตอนนั้นครอบครัวเราเริ่มแยกทางกันค่ะ แต่ว่าพ่อมีบทบาทคือ "การไปแจ้งเกิด" แต่หลังจากนั้นมาพ่อไม่มีบทบาทเลยค่ะ << แต่สำหรับฟ้า ฟ้าคิดว่าพ่อยังไงก็คือ "พ่อ" เราต้องกตัญญูอยู่วันยังค่ำ ^_^ เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ แต่สำหรับวันที่แม่รอคอยมากที่สุด คือ วันที่ฟ้าออกจากโรงพยาบาลค่ะ...♡. └(^o^)┘ ซึ่งคนแถวบ้านคิดว่าฟ้าตายค่ะ 5555 เพราะว่าตอนแม่ออกจากโรงพยาบาลไม่เห็นฟ้า แต่เค้าไม่กล้าถามกันค่ะ ระยะเวลาที่ฟ้าอยู่โรงพยาบาล 2 เดือน แม่เหนื่อยมาก ไม่ว่าจะไปทำงานแล้วก็มาหาฟ้าที่โรงพยาบาล ต้องวิ่งวุ้นกับเอกสารต่างๆ ค่ะ (เห็นใจหัวอกคนเป็นแม่เลยค่ะ) ตอนนั้นอยู่ห้องพิเศษ แต่พอออกจากโรงพยาบาลยายก็เป็นคนเลี้ยงค่ะ แม่ต้องไปทำงาน ยายเลี้ยงด้วยนมผงตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านค่ะ ยายเลี้ยงแบบทะนุถนอมมาก กลัวว่าต้องเข้าโรงพยาบาลอีกค่ะ...แต่เวลาผ่านไปอีก 2 ปี ฟ้าเกือบไม่รอดค่ะ เพราะว่าฟ้าเป็นปอดบวมเกือบตายค่ะ เพราะว่าหายใจไม่ทันแล้วก็ตัวเขียว แต่!!! ดีที่ส่งโรงพยาบาลทันค่ะ ถ้ามาช้ากว่านี้ 5 นาทีคงไม่รอด Y_Y ตั้งแต่นั้นมาฟ้าเลิกใส่ผ้าอ้อมไปเลยค่ะ... มีเหตุการณ์คือ : แม่เล่าให้ฟังว่าฟ้าวิ่งแล้วก็ร้องลั่นโรงพยาบาลว่าแพมเพิสกันตูด 555 ... ตอนเด็กๆ ยายเป็นคนสอนอะไรหลายๆ อย่างมากค่ะ สอนอ่าน ก. เอ๋ย ก. ไก่ด้วยค่ะ ฟ้าท้องได้ตั้งแต่ 2 ขวบ นับเลขได้ตั้งนานแล้วค่ะก่อน ก-ฮ อีก 5555 ตอนเด็กๆ ฟ้าชินกับการยายชงนมใส่ขวดให้ แล้วก็นอนดูทีวี (พูดง่ายๆ ว่าทีวีสอนฟ้าตั้งแต่ฟ้าจำความได้) แต่ว่าฟ้าเลิกติดขวดนมตอนอนุบาล 2 ค่ะ (6 ขวบ) แม่แอบเอาขวดนมไปทิ้ง แม่บอกว่ากลัวปากเจ่อ 55555
การศึกษา : ฟ้าเข้าเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านค่ะเป็นโรงเรียนรัฐบาล "โรงเรียนคลองบางแก้ว (ภิรมย์ประชาราษฎร์)" โรงเรียนนี้สอนอะไรหลายๆ อย่างมากค่ะ ตอนเด็กๆ ฟ้าเป็นเด็กหัวไวค่ะ เรียนรู้เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน พูดง่ายๆ ว่า "รู้มากตั้งแต่เด็ก" 555 แถวบ้านเรียกว่า "คุณหมอโย" เพราะตอนเด็กอยากเป็นคุณหมอค่ะ ตอนฟ้า 4 ขวบ ยายลองพาไปสมัครเรียนค่ะ แต่ว่าคุณครูไม่รับ...เพราะว่าเห็นว่าฟ้าตัวเล็กเกินไป กลัวเป็นภาระ ฟ้าเลยร้องไห้กลับบ้าน เพราะว่าฟ้าตั้งใจตั้งแต่แรกว่าต้องเข้าได้แน่นอน....อยากไปเรียนแล้ว อยากไปเจอคุณครู อยากไปเจอเพื่อนๆ ...แต่ต้องรอไปอีก 1 ปีค่ะ....ฟ้าอ่านหนังสือออกก่อนไปเรียนอีกค่ะ พอ 6 ขวบ ฟ้าเขียนคำยากๆ ที่เพื่อนๆ เขียนยังไม่ได้ได้ เช่น ดอกพุธรักษา (ซึ่งตอนนั้นสำหรับเด็กมันยากมากๆ นะคะ) แต่ว่าสิ่งที่ฟ้าเสียใจมากที่สุดในชีวิต คือ >>ยายฟ้าเสียตอน 6 ขวบ << ฟ้าเคยสัญญากับยายว่า : เราจะอยู่ด้วยกันไม่ทิ้งกัน ตั้งแต่ตอนนั้นเลยทำให้ฟ้าตั้งใจเรียนมากๆ ค่ะ ฟ้าเรียนที่นี่จนถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นสถานที่สอนให้ฟ้าได้กล้าแสดงออก ได้รู้จักการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ฟ้าอยู่ชมรมนาฏศิลป์ค่ะ ตอนประถมศึกษาปีที่ 4 (จริงๆ ไม่มีใครมองฟ้าเลย...ฟ้าไปขอร้องพี่ๆ เค้าเองค่ะ) ว่าหนูอยากรำจริงๆ นะคะ เพราะว่าตอนนั้นเห็นพี่นุ่น วรนุช เป็น I DOL ค่ะ....แต่ไม่ค่อยมีรูป เพราะว่าแม่ไม่เคยไปดูค่ะ แม่ติดงามจริงๆ ไม่ว่าจะงานเลิกหรือใหญ่ฟ้าต้องกลับบ้านเองตั้งแต่เด็ก ฟ้าเป็นเด็กเรียนไม่ได้เก่งอะไรค่ะ แค่พอเอาตัวรอดอยู่เกณฑ์กลางๆ ค่ะ จบป. 6 ก็ GPA : 3.77
มัธยมศึกษา : ฟ้าได้โควต้าเรียนดีและก็ทุนช้างเผือกค่ะ ที่นี่ไกลจากบ้านไปนิด แต่ว่าฟ้าไม่อยากเรียนโรงเรียนกันกับพี่ชายค่ะ ที่โรงเรียนนี้สอนฟ้าเยอะเหมือนกันนะคะ สอนประสบการณ์เยอะมากค่ะ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรีน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝันค่ะ "โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์" ที่นี่มีเลือกแผนการเรียนตั้งแต่ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ค่ะ ฟ้าเลือก "แผนภาษา" และก็สอบได้ด้วยค่ะ...เข้ามาแรกๆ ฟ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลยค่ะ แต่!!! ฟ้าโดนอาว่า ว่าทำไมเรียนแล้วยังอ่านไม่ออก อยู่ดีๆ ก็อ่านได้เองค่ะ (แอบ งง ตัวเองมาก) เพราะว่าน้องเรียนโรงเรียนเอกชนค่ะ เลยเก่งกว่าเยอะมาก... ฟ้ามีเพื่อนลูกครึ่งด้วยค่ะ ชื่อ "อัญญ่า" ช่วยฟ้าเยอะมากเหมือนกัน ก่อนจบจะมีใบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อที่นี่ ฟ้าได้ห้อง วิทย์-คณิต ฟ้าอยากเป็นพยาบาลค่ะ เพราะเห็นน้าเป็นเลยอยากเป็น แต่ว่าแม่ไม่อยากให้ต่อที่เดิมค่ะ...อีกอย่างแม่ไม่เห็นด้วย
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ : เป็นที่เรียนแรกที่ต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพมหานคร ฟ้าเข้าเรียนที่นี่เพราะได้โควต้าเรียนดีค่ะ (ชีวิตนี้ไม่เคยสอบเลย) ฟ้าเรียนที่ "วิทยาลัยพณิชยการบางนา" ค่ะ...พูดง่ายๆ ว่าวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ ย่านบางนานี่เอง มีให้เลือกสายงานค่ะ ฟ้าเลือก "การบัญชี" อันดับ 1 เพราะเคยโดนดูถูกค่ะว่าจะเรียนไ้ดเหรอ เพราะว่าพี่ลูกพี่ลูกน้องเรียนที่นี่ได้ 4.00 ทุกเทอมเลย มาเรียนแรกๆ ฟิตมากค่ะ...หลังๆ เริ่มท้อเพราะว่าใจเราไม่ได้รักจริงๆ ตอนแรกจะลองไปสอบ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ใหม่ด้วยค่ะ (ยอมเสียเวลาเรียน) แต่สายที่อยากเข้าเต็มค่ะ อยากเข้าคือโรงเรียนประจำจังหวัดค่ะ อีกอย่างแม่อยากให้เรียน เรียกง่ายๆ ว่า "บังคับเรียน" ถามว่าเรียนได้มั้ย ก็เรียนได้นะเกรดดี แต่ใจไม่ได้รัก เลยไม่ชอบ....เรียนเพื่อแม่ยังไงก็ยอมทนๆ เรียนไป 3 ปีค่ะ แต่บอกแม่ว่าหลังจากนี้ขอเป็นคนเลือกทางเดินเองเพราะว่าโตแล้ว...เรียนที่นี่มีอะไรมากมายเลยค่ะทั้งเพื่อนที่เปลี่ยนจากกลุ่มเดิมที่เคยเจอ ทะเลาะกับเพื่อน ย้ายกลุ่ม ประมาณนี้ค่ะ แต่เราจบกันมาได้เพราะสุดท้ายเรารักกันเป็นหนึ่งเดียว แต่ที่นี่ก็ดีนะคะดีใจมากที่เรียนกับอาจารย์ที่แต่งหนังสือสอนเองเกือบทั้งหมด...ฟ้าดีใจมากๆ ค่ะที่เจอเพื่อนแท้ที่นี่ เพื่อนสอนให้เราโตขึ้นจากแต่ก่อนด้วยค่ะ...ขอบคุณอาจารย์ทุกๆ ท่าน แล้วก็เพื่อนๆ ทุกๆ คนนะจ๊ะ
เพื่อนคนแรกสำหรับการเรียน "มหาวิทยาลัย"
มหาวิทยาลัย : ฟ้าเริ่มโตแล้วอยากเลือกเองบ้าง...ตอนนั้นมีอุปสรรคมากมายค่ะ ทั้งที่บ้านไม่มีทุนให้เรียนต่อ แล้วก็อีกอย่างอยากให้เรียน "บัญชี" เท่านั้น! ไม่งั้นไปหาเงินเรียนเอง...ตอนนั้นท้อมากค่ะ เริ่มจากด้วยความที่ฟ้ากับแม่ไม่ค่อยสนิทกันด้วยค่ะเลยไม่ค่อยพูดกับแม่สักเท่าไหร่นัก ฟ้าสอบติดหลายมหาลัยค่ะ สอบติดแต่อินเตอร์ ไม่รู้ว่าฟลุ๊คหรือเปล่า 555 แต่แม่ไม่มีเงินให้เรียนค่ะ จนวันแนะแนวของวิทยาลัยมีมหาวิทยาลัยนึงค่ะ ที่เปิดโอกาสมากๆ คือเริ่มโตแล้วฟ้าจะมองถึงอนาคตค่ะ ว่าทำงานอะไรดีที่ไม่ตกงาน พอดีว่ามีมหาวิทยาลัยเกริกกำลังเปิดสาขาใหม่พอดีค่ะ คือสาขา "การจัดการธุรกิจการบิน" ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราอยากเรียนพอดีค่ะ เลยขอใบสมัครเองค่ะ ได้แล้วค่อยบอกแม่ ปรากฏว่าได้ค่ะ เข้ามาเรียนจริงๆ มหาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่รักกันมากๆ ค่ะ อาจารย์ก็เอาใจใส่ดีมากๆ ค่ะ พี่ๆ รักเหมือนน้องตัวเองเลย...เข้ามาเรียนที่นี่อบอุ่นจริงๆ ค่ะ อีกอย่างสังคมเพื่อนค่ะ ถ้าเราอยากเจอเพื่อนที่จริงใจก็ต้องจริงใจกับเพื่อนก่อน...ตอนแรกๆ ฟ้าอยู่หอค่ะ มีเพื่อนสนิท ชื่อ "แคท"...นิสัยดีมาก แคทเป็นเพื่อนคนแรกและเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดค่ะ ถามว่าทำไม??? ฟ้าอยากเรียนการบิน ติดตามได้บล็อกหน้านะคะ
ด้านครอบครัว : ฟ้าไม่ได้สนิทกับแม่หรือพี่ชายสักเท่าไหร่ค่ะ ฟ้ากับพี่ชายกัดกันตลอดตั้งแต่เด็ก 555 เพราะว่าตอนเด็กๆ ยายเลี้ยงแยกกันค่ะ เลยไม่คุ้นเคย อีกอย่างอาจจะเพราะว่าฟ้ากับพี่ชายห่างกันตั้ง 7 ปี เวลามันห่างกันเยอะเลยไม่สนิท..... อีกอย่างทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ค่อยคุยกันค่ะ...ฟ้าไม่สนิทกับพี่เลยค่ะ ตอนนี้พี่อยู่ในคุกแล้วค่ะ ติดเรื่องคดียาเสพติด แล้วก็อะไรอีกหลายๆ อย่าง (ฟ้าไม่อายค่ะ เพราะว่าไม่ใช่ตัวฟ้า) แต่ก็เข้าใจนะคะว่าชีวิตเด็กผู้ชายที่ขาดความอบอุ่น ไม่มีจุดยืน เห็นทุกๆ คนรอบข้างเป็นศัตรูหมด ทั้งๆ ที่ฟ้ายังเคยโดนพี่ต่อยเลย บางครั้งแบบหนักๆ มากจริงๆ ก็เกือบโดนยิง แต่ยังไงก็ไม่กล้าพอที่จะแจ้งตำรวจอยู่ดี ขนาดมีน้าชายเป็นตำรวจ DSI (สายลับของประเทศ) จนกระทั่งฟ้าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ เป็นอะไรที่ฟ้ามีความสุขมากที่สุด เพราะว่าฟ้าเป็นอิสระ เมื่อก่อนตอนฟ้าเรียนมัธยม หรือ ปวช. ฟ้าไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะ เพราะว่าโดนพี่ทำร้าย ลืมบอกค่ะที่ดีใจเพราะพี่ชายถูกจับซะที...(ตำรวจตาสว่างซะที 555) แต่ว่าแม่!! ก็ไม่เคยบอกข้อมูลอะไรนะคะ...ฟ้าว่าดีแล้วค่ะ จะได้ไม่มานั่งปวดหัว ไปอยู่ในคุกจะได้สอนอะไรหลายๆ อย่าง ออกมาจะได้ขอโทษน้องซะที..อยากได้ยินคำว่า "ขอโทษ" จากปากพี่ชายค่ะ ต้องรอได้ยินคำๆ นี้ไปอีก 5 ปี อีกอย่างครอบครัวเราก็มีปัญหาหลายๆ อย่างค่ะ พ่อมีตัวตนแต่ไม่เคยมีบทบาทซะที..บางทีก็แอบคิดถึงพ่อเหมือนคนอื่นเค้า...แต่ก็ไม่เสียใจค่ะ...เพราะว่าฟ้าบอกแม่ว่า "ฟ้าจะเป็นคนเลี้ยงแม่เอง ฟ้าเห็นแม่เหนื่อยมาเยอะมากแล้ว" ลืมบอกอีกอย่างค่ะ ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ฟ้าเริ่มสนิทกับแม่มากขึ้น เริ่มคุยกันทุกๆ เรื่อง (ยกเว้น! เรื่องพี่ค่ะ) ฟ้าดีใจนะคะที่มีแม่อยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดๆ ขึ้นก็ตาม เพราะว่าแม่คือ HERO ค่ะ เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนๆ เดียวกัน...เก่งมากๆ ค่ะ...แม่คอยสอนให้รู้จักคำว่า "อดทน" และคำว่า "ปล่อยวาง" ค่ะ....
ชีวิตก็เปรียบเสมือนการเดินทาง คือ ต้องเจอกับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ต้องรู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ยิ้มรับกับอุปสรรคต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ไปถึงเป้าหมายที่แข็งแแกร่งขึ้น
เขียนโดย : นางสาวปภัสรา พินทองนุรัตน์
551-00-0587 สาขาการจัดการธุรกิจการบิน
มหาวิทยาลัยเกริก
เขียนโดย : นางสาวปภัสรา พินทองนุรัตน์
551-00-0587 สาขาการจัดการธุรกิจการบิน
มหาวิทยาลัยเกริก









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น